sekiro กับรางวัล game of the year 2019


แนวเกม: แอคชั่น

ผู้พัฒนา: From Software

ขาย: From Software, Activision

เวลาเล่น: ราว20 ชั่วโมง (จบเรื่องราว แต่ว่าเวลาเล่นจริงจะผกผันตามความสามารถคนเล่น)

แพลตฟอร์ม: PlayStation 4, Xbox One, PC (รีวิวใน PS4 Pro)

(รีวิวโดย: Devil Takoyaki)



แม้ว่าจะมีประวัติช้านานมามากยิ่งกว่า 30 ปี (ค่ายริเริ่มตั้งขึ้นปี 1986) แต่ว่าค่ายปรับปรุง From Software ก็อาจจะมิได้ถูกนับเป็นเยี่ยมในค่ายปรับปรุงระดับแนวหน้าของแวดวงเกม ที่มีผู้คนคอยเล่นเกมอยู่เสมอเวลา กระทั่งการมาถึงของเกม Demon’s Souls เกม RPG หฤโหดของค่ายที่ได้รับการเขียนจำในฐานะเกมที่ยากลำดับต้นๆของสมัย กลับสามารถล่อใจกรุ๊ปผู้เล่นได้เป็นอันมาก จนกระทั่งก่อนให้กำเนิดเกมเครือญาติ Souls (Dark Souls แล้วก็ Bloodborne ก็นับด้วย) ตามมาอีกหลายภาคตลอดหลายปีล่วงมาแล้ว โดยแน่ๆว่าเกมทุกภาคยังคงเกมเพลย์ที่ท้าชวนขันร้อนของเกมต้นตำหรับเอาไว้ (และก็ดีไม่ดีจะเพิ่มให้หนักขึ้นไปอีกเรื่อยด้วย)

ด้วยความนิยมชมชอบอันเหลือเฟือของเกมเครือญาติ Souls ก็เลยไม่แน่ฉงนใจที่เกมเมอร์ทั่วทั้งโลกจะมีความสนใจกับเกมใหม่ปัจจุบันของค่ายอย่าง Sekiro: Shadows Die Twice เกมแอคชั่นนินจาซีปรี่ย์ใหม่ที่เพิ่งจะวางขายไปเมื่อตอนต้นมี.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังที่ได้ทดลองเล่นกระทั่งจบเรื่องราวมาแล้ว ก็กล่าวได้อย่างเต็มปากเลยว่าเกม Sekiro นี้ยากในระดับที่ทำให้เกมเชื้อสาย Souls ที่ผ่านๆมาดูเป็นเกมเด็กเล่นไปได้เลย ด้วยระบบเกมเพลย์แบบแอคชั่นที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถดิบๆล้วนๆโดยไม่มีคาถาอาคมหรืออาวุธพิเศษ (หากไม่นับอาวุธนินจาในแขนมายากล) มาเป็นตัวช่วย ไม่มีการเก็บเลเวลเพื่อเพิ่มค่าความรู้ความเข้าใจ มีเพียงแต่ความสามารถสำหรับการเล่นเกมเพียงแค่นั้นที่จะช่วยทำให้พวกเราปราบเหล่าศัตรูน้อยใหญ่อันร้ายกาจในเกมได้



แต่ว่าก็เนื่องจากว่าอย่างนี้เองเหมือนกัน ที่ทำให้เกม Sekiro: Shadows Die Twice นับว่าเป็นหนึ่งในเกมแอคชั่นที่บรรเจิดในลักษณะก็จะคล้ายๆกับเกมอย่าง Devil May Cry 5 ที่เพิ่งจะวางขายไป เพราะว่าทั้งสองนับว่าเป็นเกมที่สนุกสนานอย่าง ‘บริสุทธิ์’ เป็นเกมที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถรวมทั้งความเฉลียวฉลาดสำหรับการเอาชนะเพียงแค่นั้นโดยที่ไม่จำเป็นที่ต้องมีระบบระเบียบเล็กๆแหลกลาญไปหมดให้จำต้องพิจารณาถึง แม้กระนั้นวัดการบรรลุผลทั้งสิ้นจากความรู้ความเข้าใจรวมทั้งความสนิทสนมต่อเกมของผู้เล่นทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีส่วนประกอบในส่วนขอการนำเสนอที่บางครั้งอาจจะเปลี่ยนแปลงได้บ้าง แม้กระนั้นโดยรวมก็ยังจัดว่า Sekiro: Shadows Die Twice เป็นเกมที่วางแบบมาได้อย่างปราณีตและก็สนุกสนานมากมายๆเหมาะสมกับเกมเมอร์ที่ต้องการจะท้าตนเอง ให้รู้กันไปเลยว่าที่จริงแล้วพวกเราเล่นเกม ‘เก่ง’ ขนาดไหนกันแน่

sekiro gameplay





เรื่องราว
สำหรับเรื่องราวของเกม Sekiro: Shadows Die Twice นั้นจะติดตามนินจาชายหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า โอค้างไม่ (หมายความว่าสุนัขป่านั่นเอง) ผู้ซึ่งดำรงค์ตำแหน่งนินจาคุ้มครองขององค์ชายคุโระ ผู้สืบสายเลือดคนในที่สุดของโชกุน แล้วก็เป็นผู้สืบ ‘เชื้อสายมังกร’ เป็นคนในที่สุดด้วย โดยเหตุการณ์ของเกมจะเริ่มขึ้นเมื่อองค์ชายคุโระถูกลักพาตัว โดยโอคมิก็ไม่คอยช้ารีบรุกไปช่วยเหลือองค์ชาย แต่แพ้ให้กับซามูไรศัตรูกระทั่งจะต้องเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ว่าโชคดีของโอค้างไม่ ทำให้เค้าได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากชายแก่ปัญหาคนหนึ่ง ซึ่งมอบแขนมายากลนินจาให้กับโอค้างไม่ ก่อนที่จะเขาจะเริ่มเดินทางเพื่อตามหาองค์ชายผู้เป็นนายอีกรอบ



หากว่าเรื่องราวในเกม Sekiro: Shadows Die Twice จะมิได้ดีเลิศวิโสอะไรเมื่อเทียบกับเกมฟอร์มใหญ่ๆหลายๆเกมที่วางขายในตอนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ว่าเรื่องราวของเกมก็ยังปฏิบัติภารกิจของตนได้ดิบได้ดี ซึ่งหมายถึงการมอบกำลังขับหรือจุดมุ่งหมายให้กับความประพฤติของโอค้างไม่ (ซึ่งหมายถึงผู้เล่นนั่นแหละ) บาคาร่าvip



ถ้าหากจำเป็นต้องดู ก็อาจจำเป็นต้องดูในหัวข้อการนำเสนอของเรื่องราว ที่มีความเที่ยงธรรมมากยิ่งกว่าเกมที่ผ่านๆมาของผู้พัฒนา From Software (เกมเชื้อสาย Soulsborne ทั้งหลายแหล่) ที่ชอบมีเรื่องมีราวราวลึกซึ้ง แต่ว่าจะต้องอาศัยความอุตสาหะของผู้เล่นสำหรับในการตามหาข้อมูลเอาเองจาก NPC หรือไอเทมในเกม โดยถึงแม้ว่า Sekiro จะยังคงมีเกร็ดเรื่องราวลับๆให้พวกเราได้ตามหาอยู่ แต่ว่าอย่างต่ำผู้เล่นที่ไม่ต้องการที่จะอยากจะใช้เวลาสำหรับเพื่อการตามเก็บงำความลับทุกสิ่งก็จะยังพอเพียงมีเรื่องราวให้ติดตามอยู่บ้าง ต่างกับเกม Soulsborne อื่นๆที่ถ้าหากไม่บากบั่นตามหาเอาเองก็เกือบจะไม่เล่าอะไรให้พวกเราฟังตรงๆเลย



แน่ๆว่าพวกเกร็ดเรื่องราวเสริมที่พวกเราสามารถเจอได้กลางทางก็นับว่าเป็นหนึ่งในข้อดีของเกมค่าย From Software อยู่แล้วด้วย ซึ่งใน Sekiro ก็มีเรื่องราวกลุ่มนี้จาก NPC ตามทางเยอะมาก ซึ่งล้วนแต่ช่วยเสริมบรรยากาศของเกมได้อย่างยอดเยี่ยมมากมายๆแถมยังช่วยเสริมข้อความสำคัญเรื่องความตายของเกมได้มาก ทำให้โลกของเกมรู้สึกลึกแล้วก็น่าดึงดูดกว่าเดิม รู้สึกว่าทุกสิ่งมีเรื่องมีราวราวที่สื่อความหมายแอบแฝงอยู่ ซึ่งก็ช่วยทำให้ปรับการเล่นเกมมีเป้าหมายมากยิ่งกว่าเพียงแค่การตะลุยด่านสู้บอสไปเรื่อยได้เช่นกัน



กราฟิค/การนำเสนอ
เมื่อกล่าวถึงซีปรี่ย์ Soulsborne นั้น แน่ๆว่าสิ่งที่จะไม่เอ่ยถึงมิได้เลยเป็นเกมเพลย์ของซีปรี่ย์ แต่ว่าอีกหนึ่งส่วนประกอบที่ทำให้คนเขียนหลงไหลเกมเชื้อสาย Soulsborne (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bloodborne) ก็คือลายเซ็นการออกแบบฉากรวมทั้งศัตรูใยนซีปรี่ย์ ที่ชอบมีความน่าเกลียด เหยเก แม้ว่าจะเป็นศัตรูที่อิงจากสิ่งมีชีวิตจริงๆอย่างสุนัขป่าหรือมนุษย์ก็ตาม ซึ่งเมื่อเอามารวมกับการออกแบบฉากที่เน้นย้ำโทนสีมืดๆก็ช่วยเสริมบรรยากาศอันน่าบีบคั้นของซีปรี่ย์ขึ้นไปอีกระดับ ทำให้ทราบสคกว่าศัตรูทั้งสิ้นในเกมมีความอันตรายจริงๆครั้งใดก็ตามมองเห็น



แม้ว่าจะมิได้นับว่าเป็นเกมเครือญาติ Soulsborne กับเค้าด้วย แต่ว่า Sekiro ก็ยังคงขั้นตอนการวางแบบฉากรวมทั้งศัตรูลักษณะเดียวกันกับเกมรุ่นพี่ด้วย โดยถึงแม้ว่าศัตรูและก็บอสหลายๆตัวในเกมจะเป็นเพียงแค่ทหารหรือซามูไรมนุษย์ปกติแม้กระนั้นเมื่อวางแบบในสไตล์ของ From Software แล้วหลังจากนั้นก็ทำให้ใบหน้ารวมทั้งรูปร่างของศัตรูกลุ่มนี้มีความเป็น ‘อมุษย์’ อยู่ด้วย ซึ่งก็ช่วยเสริมบรรยากาศอันน่าบีบคั้นของเกม



ความคดเคี้ยวที่ว่านี้ยังครอบคลุมไปถึงการออกแบบฉากด้วย โดยถึงแม้ว่าเกม Sekiro จะมิได้ใช้โทนสีทะมึนๆเพียงอย่างเดียวเสมือนเกม Soulsborne แม้กระนั้นความแจ่มใสของ Sekiro กลับมาหลายๆส่วนที่ทำให้เกิดความรู้สึกน่าชิงชังอยู่ ซึ่งก็ช่วยเสริมบรรยากาศอันตรายของเกมในลักษณะเดียวกันกับเกม Soulsborne ได้ด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องกลุ่มวางแบบที่ยังสามารถสร้างโลกที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกงามและก็บีบคั้นพร้อมเพียงกันอย่างนี้ได้

ดังนี้ กราฟิคของเกม Sekiro คงมิได้ถูกจำเป็นพิเศษ บางครั้งอาจจะด้วยสไตล์การออกแบบของค่ายที่ทำให้ไม่สามารถที่จะทำให้กราฟิคมีความสมจริงสมจังได้มากกว่านี้ แต่ว่าโดยรวมก็มิได้คือปัญหาใหญ่อะไรนัก



หากจะมีอะไรที่ต้องการจะติเตียนจริงๆก็คงจะคือเรื่องของอนิเมชั่นการปลิดชีพศัตรู ซึ่งค่อนจะคล้ายกันไปหมดไม่ว่าจะใช้ใส่ศัตรูจำพวกไหนก็ตาม มองเห็นไม่จำนวนกี่ครั้งก็รู้สึกไม่ตื่นเต้นซะแล้ว (แม้กระนั้นเป็นอนิเมชั่นที่จะต้องมองเห็นนับร้อยๆครั้งตลอดระยะเวลาที่เล่นเกม) ซึ่งนับว่าเป็นส่วนประกอบย่อยๆที่คงจะเพิ่มความสนุกสนานร่าเริงให้กับเกมได้อีกมากมายถ้าหากมีความมากมายหลายมากยิ่งกว่านี้



เกมเพลย์
ขึ้นชื่อว่าได้ผลงานของ From Software มั่นใจว่าไม่ต้องบอกก็คงจะเพียงพอรู้กันอยู่บ้างว่าเกมเพลย์ของ Sekiro: Shadows Die Twice นั้นจัดว่ายากมหาหินอย่างยิ่งจริงๆ ในฐานะผู้ที่เล่นเกมเชื้อสาย Soulsborne จบมาแล้วทุกภาค คนเขียนบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่าเกมเพลย์ของ Sekiro นั้นยากกว่ามากมายๆ(จะพูดว่าโคตรๆก็กลัวไม่สุภาพ) แม้กระนั้นเหมือนกับในเกม Soulsborne ความยากของเกม Sekiro มิได้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเกมไม่ยุติธรรม โดยตามความเป็นจริงนั้นเกมได้มอบวัสดุทั้งหมดทั้งปวงที่จำเป็นต้องใช้มาให้ผู้เล่นแล้วเป็นระเบียบ เหลือก็แม้กระนั้นเพศผู้เล่นเองที่จะจำต้องบากบั่นทำความเข้าใจแล้วก็ฝึกซ้อมจนกระทั่งเชี่ยวชาญไปเอง



สำหรับเกมเพลย์ของ Sekiro นั้นจะเน้นย้ำพฤติกรรมเพียงแค่ 4 อย่างง่ายๆประกอบไปด้วย จู่โจม พุ่งหลบ คุ้มครอง แล้วก็วัสดุอุปกรณ์เสริมจากแขนมายากลนินจา โดยเกมจะมิได้มีระบบระเบียบ RPG ลักษณะเดียวกันกับเกมรุ่นพี่ค่ายเดียวกันที่ผ่านๆมา (มีก็แม้กระนั้นการเพิ่มเส้นโลหิต/พลังจู่โจม/อัพสกิลนิดหน่อย รวมทั้งใช้ของหายาก) แสดงว่าจะไม่มีการอัพสเตตัสช่วยเพื่อตัวเราถึกขึ้น/โดนจู่โจมเบาลง หรือเพื่อใส่อาวุธพิเศษที่เลเวลสูงมากมายๆฯลฯ ทำให้การจะอยู่หรือตายในเกมนั้นขึ้นกับความรู้ความเข้าใจของผู้เล่นสำหรับการเลือกความประพฤติที่เหมาะสมกับเหตุการณ์แล้วก็จังหวะเยอะที่สุดเพียงอย่างเดียวเลย ได้แก่การเขียนจำจังหวะการจู่โจมของบอสเพื่อคุ้มครอง/หลบเลี่ยงได้ง่าย หรือการเลือกใช้อาวุธลับให้ตรงกับข้อเสียของศัตรูที่ต่อสู้ด้วย ฯลฯ



อีกระบบที่ทำให้เกม Sekiro ต่างกัน/ยากกว่าเกม Soulsborne ซึ่งก็คือระบบ ‘การเลี้ยงตัว’ หรือ Posture นั่นเอง โดยใน Sekiro นั้นนอกเหนือจากที่จะมีเส้นเลือดเสมือนเกมทั่วๆไปแล้ว ศัตรูทั้งหลายแหล่ในเกมจะยังมีหลอด ‘การเลี้ยงตัว’ เพิ่มเข้ามาด้วย โดยหลอดการเลี้ยงตัวจะเบาๆมากขึ้นเมื่อศัตรูโดนจู่โจมหรือโดนปกป้องการจู่โจม (Deflect หรือผู้กระทำดปกป้องในจังหวะที่ศัตรูจู่โจมพอดิบพอดี) ซึ่งเมื่อหลอดนี้เพิ่มกระทั่งเต็ม จะก่อให้ผู้เล่นสามารถกดปลิดชีพศัตรูได้เลยในทันทีในกระบี่เดียว แต่ว่าในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นก็จะมีหลอดการเลี้ยงตัวของตนเหมือนกัน ซึ่งเมื่อโดนจู่โจมจนถึงหลอดเต็มจะมีผลให้พวกเราปกป้องการจู่โจมมิได้ไปชั่วประเดี๋ยว (ซึ่งรุนแรงมากมายเนื่องจากศัตรูดูเหมือนจะทุกตัวฟันพวกเราเข้าท่าละครึ่งหลอด)

ระบบการเลี้ยงตัวนี้นับว่าเป็นจุดที่ทำให้เกม Sekiro มีความยากกว่าเกมรุ่นพี่หลายขุมเลย เนื่องจากหลอดการเลี้ยงตัวนั้นจะเบาๆต่ำลงเองเมื่อพวกเราเว้นระยะห่างจากศัตรู โดยยิ่งไปกว่านั้นบอส ทำให้การต่อสู้กับบอสหลายๆตัวจะต้องใช้ความดุเดือดมากยิ่งกว่าเกมอย่าง Dark Souls/Bloodborne ที่ย้ำการดูแลรักษาระยะห่างแล้วก็หาจังหวะเบาๆตอดเลือดบอสไปเรื่อยเพราะเหตุว่าหากเว้นระยะห่างนานเหลือเกินใน Sekiro จะมีผลให้ล้มบอสยากขึ้นหลายเท่าอย่างยิ่งจริงๆ (แถมบางตัวมีเส้นโลหิตมากยิ่งกว่า 1 หลอดด้วย)



ดังนี้ เกมดูเหมือนจะหยิบยื่นความปราณีให้ผู้เล่นในลักษณะของระบบการคืนชีพ (สิ่งที่ทำให้เกิดชื่อเกม Shadows Die Twice/เงาตายได้สองครั้ง) ซึ่งจะเปิดให้ผู้เล่นสามารถรู้สึกตัวจากความตายมาสู้ต่อได้กาลครั้งหนึ่ง (เพียงพอฟื้นแล้วจะต้องเก็บไอเทมเพื่อฟื้นคืนชีพได้อีกรอบ) โดยจะฟื้นขึ้นมาด้วยเส้นโลหิตครึ่งนึงแค่นั้น โดยระบบนี้ก็ช่วยให้โอกาสให้ผู้เล่นสามารถลองถูกลองผิดได้มากขึ้นตอนที่ต่อสู้กับบอสเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นถ้าเกิดรู้สึกว่าบอสแต่ละตัวเกือบจะฟาดเส้นเลือดพวกเราหายไปครั้งละครึ่งหลอดอยู่แล้ว การคืนชีพก็บางครั้งอาจจะมิได้ช่วยทำให้เกมง่ายมากยิ่งขึ้นขนาดนั้นสำหรับผู้เล่นคนไม่ใช่น้อย

ทราบแบบงี้แล้ว ผู้เล่นบางบุคคลบางทีอาจจะรู้สึกโล่งอกว่าอย่างต่ำเกมก็ยังเพียงพอมีควมปราณีให้พวกเราอยู่บ้าง แต่ว่าไม่เลย! เพราะเหตุว่าระบบฟื้นนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นผลเสียตามมาถ้าหากใช้หลายครั้งไป โดยเกมจะมีระบบระเบียบที่เรียกว่า ‘Dragonrot’ ซึ่งเป็นโรคร้ายที่จะถูกส่งต่อไปยัง NPC ต่างๆที่พวกเราเผชิญตามทาง ซึ่งหากโดนโรคกัดรับประทานนานเกินความจำเป็นก็อาจจะส่งผลให้ NPC พวกนั้นถึงขั้นเสียชีวิตไปเลยก็ได้ ซึ่งก็จะก่อให้พวกเราไม่อาจจะรับเควสหรือการช่วยเหลืออื่นๆจาก NPC ตัวนั้นๆได้อีกต่อไป แน่ๆว่าเกมยังมีไอเทมรักษาโรคให้พวกเราใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แต่ว่าก็ไม่เพียงพอสำหรับ NPC ทุกตัวแน่ๆ ผู้เล่นก็เลยมีแรงกระตุ้นที่จะ ‘ไม่ตาย’ อยู่ แม้ว่าจะสามารถฟื้นคืนชีพได้ก็ตาม



เมื่อนำระบบทั้งปวงมารวมกันแล้ว ทำให้เกม Sekiro เป็นเกมที่เรียกร้องความตั้งอกตั้งใจและก็มานะจากผู้เล่นในระดับที่เกมจำนวนมากไม่กล้าแม้กระทั้งจะคิดเลย ระบบในเกมเกือบจะทั้งหมดถูกวางแบบมาเพื่อสร้างแรงกดดันให้ผู้เล่นตลอดระยะเวลา ตั้งแต่การบังคับให้ผู้เล่นจำเป็นต้องเข้าใกล้ชิดศัตรูที่พร้อมจะหวดเส้นเลือดพวกเรากระเด็นหายไปเลยในกระบี่เดียว ไปจนกระทั่งระบบการคืนชีพที่แทนที่จะให้ความรู้ความเข้าใจสึกไม่มีอันตรายกับผู้เล่น เปลี่ยนไปเป็นตัวเลือกที่ทุกข์ยากทุกคราวเมื่อจะต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยการช่วยเหลือของ NPC ต่างๆในเกม ซึ่งในจุดนี้เองทำให้เกม Sekiro คงจะประทับใจแฟนเกมสาย Soulsborne ที่คร่ำครวญหาความท้าที่แม้ว่าจะแฟร์แม้กระนั้นก็ไม่มีปราณี

สมกับเป็นเกมส์ยอดเยี่ยมของปี 2019

จุดเด่น

เกมเพลย์ดีเลิศๆท้าโดยความเป็นธรรม
บรรยากาศของเกมมีความน่าดึงดูดใจ มีความแฟนตาซีผสมกับความคดเคี้ยวในต้นแบบเกมเครือญาติ Soul
เรื่องราวติดตามง่ายดายเสียยิ่งกว่าเกม From Software อื่นๆแม้กระนั้นก็ยังมีความลับให้ตรวจสอบเยอะแยะ
ข้อผิดพลาด

เกมยากมากมายกกกกกกกกกกกกกกกกก กระทั่งบางทีก็อาจจะไม่เหมาะสมกับผู้เล่นทุกคน
อนิเมชั่นการปลิดชีพศัตรูบ่อยๆกันทั้งยังเกม